You are currently viewing e-Stamp พร้อมใช้ สะดวกและรวดเร็ว
e-Stamp

e-Stamp พร้อมใช้ สะดวกและรวดเร็ว

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง

ตราสารแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (e-Stamp) ที่จัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

หมายเลขอ้างอิงตราสารอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง

ตัวเลข ตัวอักษร หรืออักขระใดๆ ที่สร้างขึ้นโดยระบบของผู้ทำตราสารเพื่อใช้อ้างอิงหรือระบุถึงตราสารอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนั้นๆ โดยตราสารอิเล็กทรอนิกส์แต่ละฉบับต้องมีหมายเลขอ้างอิงตราสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ซ้ำกัน

มีตราสารอิเล็กทรอนิกส์ประเภทใดบ้างที่สามารถซื้ออากรแสตมป์ (e-Stamp) ได้

  1. ตราสาร 4 จ้างทำของ
  2. ตราสาร 5 กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีธนาคาร
  3. ตราสาร 7 ใบมอบอำนาจ
  4. ตราสาร 8 ใบมอบฉันทะสำหรับให้ลงมติในที่ประชุมของบริษัท
  5. ตราสาร 17 ค้ำประกัน

ในระยะแรกนี้จะมีให้บริการ 5 ตราสารข้างต้น สำหรับตราสารตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์อีก 23 ลักษณะ หากกระทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ให้ชำระอากรแสตมป์เป็นตัวเงินด้วยแบบ อ.ส.4 ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

สามารถยื่นขอเสียอากรแสตมป์ (e-Stamp) ได้เมื่อไหร่

ผู้มีหน้าที่เสียอากรต้องยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและชำระเงินค่าอากรก่อนกระทำตราสารหรือภายใน 15 วัน นับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสารโดยไม่เว้นวันหยุดราชการ กรณีวันสุดท้ายของการยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินเป็นวันหยุดราชการ ให้ยื่นได้ภายในวันที่เริ่มทำการใหม่ ต่อจากวันหยุดราชการนั้น

ทั้งนี้ ระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการชำระเงินค่าอากรก่อนกระทำตราสาร 30 วัน

e-Stamp-RD
https://estamp.rd.go.th/stampweb/#/index

ขั้นตอนในการขอเสียอากรแสตมป์ (e-Stamp)

1. เข้าสู่ระบบ โดยสามารถขอเสียอากร ได้ 2 ช่องทาง ได้แก่

  1. ทางเว็บไซต์ของกรมสรรพากร โดยต้องเป็นสมาชิกยื่นแบบแสดงรายการผ่านอินเทอร์เน็ต
  2. Application Programming Interface (API) ของกรมสรรพากร ผู้มีหน้าที่เสียอากร หรือผู้ให้บริการต้องขอใช้บริการ โดยยื่นแบบขอจัดทำและยื่นรายการข้อมูลการเสียภาษีอากรผ่าน API (ภ.อ.01.2)

2. บันทึกข้อมูลรายละเอียดตราสารอิเล็กทรอนิกส์

กรอกข้อมูลรายละเอียดตราสารอิเล็กทรอนิกส์บนระบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากรหรือนำส่งทาง API

ตราสารอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีหมายเลขอ้างอิงและหมายเลขอ้างอิงนี้จะต้องไม่ซ้ำกันในแต่ละตราสาร

3. ชำระเงิน

เมื่อส่งข้อมูลรายละเอียดตราสารอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ระบบจะสร้าง Pay-in slip ให้ สามารถชำระเงินผ่านช่องทางดังนี้

  1. Thai QR
  2. QR Cross Bank
  3. เคาน์เตอร์ธนาคาร โดยจะต้องเป็นธนาคาร “กรุงไทย” เท่านั้น

ช่องทางในการรับรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ (e-Stamp) และใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt)

  1. กรณีขอเสียอากรทางเว็บไซต์ ให้ดาวน์โหลดรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ และใบเสร็จรับเงิน จากเว็บไซต์ โดยผ่านระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์
  2. กรณีขอเสียอากรทาง Application Programming Interface (API) ให้ขอรับรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ และใบเสร็จรับเงิน ผ่านช่องทาง API

เมื่อได้ชำระค่าอากรแสตมป์และกรมสรรพากรได้ออกรหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์ พร้อมใบเสร็จรับเงิน (e-Receipt) ซึ่งมีการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ผู้เสียอากรแล้ว ถือว่าแบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว 

ใบเสร็จรับเงินออกในนามใคร

ใบเสร็จจะออกในนามของผู้ที่เข้าสู่ระบบและทำรายการชำระอากรแสตมป์ โดยผู้ที่ขอเสียอากรแสตมป์จะต้องเป็นคู่สัญญาในการกระทำตราสารเท่านั้น ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าผู้ทำรายการจะต้องเป็นคู่สัญญาที่มีหน้าที่ชำระอากรเท่านั้น ฝ่ายไหนเป็นผู้ทำรายการก็ได้ เช่น สัญญาจ้างทำของ โดยปกติผู้ชำระอากรจะต้องเป็นผู้รับจ้าง หากผู้ว่าจ้างเป็นผู้เข้าสู่ระบบและทำรายการขอชำระอากร ใบเสร็จรับเงินจะออกในนามของผู้ว่าจ้าง

ปัจจุบันนี้ ระบบขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์เปิดให้บริการเฉพาะการขอเสียอากร ฉบับปกติ ภายในกำหนดเวลา ดังนั้นหากต้องการขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์เกินกำหนดเวลา หรือ ยื่นแบบเพิ่มเติม ต้องยื่นด้วยแบบ อ.ส.4 ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมสรรพากร